ผมจัดเป็นหมวดให้กดตามง่าย ๆ ครบ 15 บัญชี ตามรายชื่อที่คุณส่งมา โดยเช็กจากโพสต์ต้นทางบน X ที่รวมลิสต์นี้ไว้ด้วยครับ
1. LLM / AI Research
@karpathy
2. AI Tools / Agent / Systems
@steipete
@vasuman
@EXM7777
3. Vibe Coding / Solo Apps
@rileybrown
@jackfriks
4. Startup Ideas / Indie Startup
@gregisenberg
@levelsio
@marclou
5. Prompt / AI Money / AI Workflow
@eptwts
@godofprompt
6. AI Ads / UGC / AI Images / AI Resources
@AmirMushich
@0xROAS
@egeberkina
@ai_explorer25
แนะนำให้สร้าง X List ชื่อประมาณ AI People to Learn From แล้วใส่ทั้ง 15 บัญชีนี้ไว้ เวลาดูจะไม่ปนกับฟีดทั่วไปครับ
แถม
@sanook_ai
อัพเดทข่าว Ai ภาษาไทย Real time ตลอด 24 ชั่วโมง
ทุกวันนี้ปัญหาของคนที่อยากเรียน AI ไม่ใช่การไม่มีข้อมูล
แต่คือข้อมูลเยอะเกินไป
เปิด Facebook ก็เจอข่าว AI
เปิด YouTube ก็เจอคนสอน AI
เปิด X ก็เจอคนแชร์ prompt แชร์ tool แชร์รายได้ แชร์ workflow เต็มไปหมด
สุดท้ายหลายคนไม่ได้ติดปัญหาว่า “ไม่รู้จะเรียนอะไร”
แต่ติดปัญหาว่า “ไม่รู้ควรตามใครก่อน”
รายชื่อ 15 บัญชีนี้น่าสนใจ เพราะมันไม่ได้รวมแค่คนสายข่าว AI แต่รวมคนหลายแบบ
มีนักวิจัย
มีนักสร้างระบบ
มีคนทำ startup
มีคนทำแอปคนเดียว
มีคนทำโฆษณา
มีคนทำภาพ
มีคนทำ prompt
มีคนที่เอา AI ไปใช้หาเงินจริง
ถ้าเราตามแบบถูกวิธี รายชื่อนี้จะไม่ใช่แค่ list สำหรับกด follow
แต่มันจะกลายเป็น “แผนที่การเรียน AI” แบบย่อ ๆ ได้เลย
1. สายเข้าใจ AI จากรากฐาน
บัญชีแรกที่ควรตามคือ @karpathy
Andrej Karpathy ไม่ใช่แค่คนพูดเรื่อง AI ทั่วไป เขาเป็นนักวิจัยและนักสอน AI เคยเป็น founding member ที่ OpenAI และเคยเป็น Director of AI ที่ Tesla รวมถึงเป็นคนสอนและวางพื้นฐานคอร์ส CS231n ที่ Stanford ซึ่งเป็นหนึ่งในคอร์ส deep learning ที่คนสาย AI รู้จักกันมาก
สิ่งที่ควรเรียนจาก Karpathy ไม่ใช่แค่ข่าวโมเดลใหม่
แต่คือ “วิธีอธิบายเรื่องยากให้เข้าใจง่าย”
ถ้าใครอยากใช้ AI แบบจริงจัง ไม่ใช่แค่จำ prompt การตามคนแบบนี้จะช่วยให้เห็นว่าเบื้องหลัง LLM มันคิดแบบไหน มีข้อจำกัดตรงไหน และทำไมบางครั้ง AI ถึงตอบดี บางครั้งถึงหลุด
สำหรับผม คนเริ่มต้น AI ควรมีอย่างน้อย 1 บัญชีที่เป็นสายลึกแบบนี้ไว้ถ่วงสมดุล
เพราะถ้าตามแต่สาย tool อย่างเดียว เราจะตื่นเต้นกับของใหม่ทุกวัน แต่ไม่เข้าใจหลักการข้างหลังเลย
2. สาย AI Agent และระบบที่ทำงานแทนคน
กลุ่มต่อมาคือ @steipete, @vasuman และ @EXM7777
Peter Steinberger หรือ @steipete เป็นชื่อที่ถูกพูดถึงจาก OpenClaw และมีประกาศว่าเขาเข้าร่วม OpenAI โดย OpenClaw จะย้ายไปอยู่ใน foundation และยังคงเปิด/อิสระต่อไป
นี่สะท้อนเทรนด์ใหญ่มากของ AI
AI กำลังเปลี่ยนจาก “แชตบอต” ไปเป็น “agent”
แปลว่า ไม่ใช่แค่ตอบคำถาม
แต่เริ่มวางแผน ทำงานหลายขั้นตอน เรียกใช้เครื่องมือ จัดการไฟล์ เขียนโค้ด ทำงานซ้ำ ๆ และเชื่อมหลายระบบเข้าด้วยกัน
@vasuman ก็อยู่ในสายนี้ โปรไฟล์ระบุว่าเป็น Founder และ CEO ของ Varick Agents และพูดเรื่องการทำให้บริษัทเป็น AI native
ส่วน @EXM7777 เป็นบัญชีที่น่าสนใจในมุม AI systems / operations เพราะคอนเทนต์ที่ค้นเจอเกี่ยวข้องกับระบบ AI ที่ทำ task ซับซ้อน การใช้ agent harness และวิธีคิดเรื่องระบบมากกว่าแค่ prompt สั้น ๆ
ถ้าใครทำธุรกิจ ผมคิดว่ากลุ่มนี้สำคัญมาก
เพราะอนาคตของ AI ในบริษัท ไม่ได้จบที่ “ให้พนักงานใช้ ChatGPT”
แต่คือการถามว่า
งานไหนควรให้ AI ทำก่อน
ข้อมูลอยู่ที่ไหน
ต้องมี approval ตรงไหน
AI ทำผิดแล้วใครตรวจ
จะเชื่อม Line, Google Sheet, CRM, ERP, Email, Calendar ยังไง
นี่คือจุดที่ AI เริ่มกลายเป็นระบบธุรกิจจริง
3. สาย Vibe Coding และสร้างของจริงเร็ว
กลุ่มนี้เหมาะกับคนที่อยากสร้างเว็บ แอป dashboard เครื่องมือภายใน หรือ prototype เร็ว ๆ
บัญชีที่เข้ากลุ่มนี้คือ @rileybrown และ @jackfriks
Riley Brown มีคอนเทนต์สาย AI agents และ vibe coding โดยใน YouTube เขาอธิบายตัวเองว่า helping businesses and individuals build with AI agents และมีคอนเทนต์เกี่ยวกับ vibe coding, Claude Code, Codex และ AI coding tools
ส่วน @jackfriks เป็นสาย solo apps / consumer apps ที่น่าสนใจ เพราะคอนเทนต์ที่ค้นเจอพูดถึงการทำการตลาดแอป การทำวิดีโอ และการผลักดันยอดดาวน์โหลดแบบลงมือทำเอง
แต่จุดนี้ต้องระวัง
Vibe coding ดูง่ายมาก เพราะเราแค่คุยกับ AI แล้วได้เว็บ ได้แอป ได้โค้ด
แต่การสร้างของที่ “รันได้” กับของที่ “ใช้จริงได้” ไม่เหมือนกัน
งานวิจัยเกี่ยวกับ vibe coding ชี้ว่า AI coding ช่วยให้สร้างโปรแกรมเร็วขึ้นและทำให้คนที่ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์เข้าถึงการสร้างซอฟต์แวร์ได้มากขึ้น แต่ก็มี trade-off เรื่องคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ การ debug และการตรวจสอบงาน โดยเฉพาะคนที่ไม่มีพื้นฐานโค้ดมาก่อน
ดังนั้นถ้าจะตามสายนี้ อย่าดูแค่ว่าเขาสร้างอะไรได้เร็ว
ให้ดูด้วยว่าเขาเช็กยังไง
เขาทดสอบยังไง
เขาแก้ bug ยังไง
เขา deploy ยังไง
เขาเปลี่ยน prototype ให้เป็น product ยังไง
นี่คือของจริง
4. สาย Startup และ Solo Builder
ถ้าอยากเรียน AI ในมุม “เอาไปสร้างรายได้” กลุ่มนี้สำคัญมาก
@gregisenberg
@levelsio
@marclou
@jackfriks
Greg Isenberg เป็นสาย startup ideas ชัดเจนมาก โปรไฟล์และเว็บไซต์ของเขาพูดเรื่อง startup ideas, frameworks และการสร้างธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต รวมถึงมี The Startup Ideas Podcast ที่เผยแพร่ไอเดียธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
Pieter Levels หรือ @levelsio เป็น indie maker ที่สร้างบริษัทแบบ one-person business และเป็นคนอยู่เบื้องหลัง Nomad List รวมถึงมีแนวคิดเรื่องการสร้าง startup แบบ bootstrapped ไม่พึ่งเงินทุนใหญ่
Marc Lou ก็เป็นอีกคนที่น่าศึกษามากในสาย solopreneur / indie hacker เพราะเขาทำ newsletter “Just Ship It” และมีข้อมูลว่าแชร์เรื่องการหาไอเดีย launch เร็ว และทำให้ profitable
สิ่งที่ควรเรียนจากกลุ่มนี้ไม่ใช่แค่ “เขาทำเงินได้เท่าไหร่”
แต่คือวิธีคิดที่ซ่อนอยู่ข้างหลัง
เขาเริ่มจากปัญหาเล็กแค่ไหน
เขาทำ MVP ยังไง
เขาขายก่อนหรือสร้างก่อน
เขาทำ landing page ยังไง
เขาเขียน copy ยังไง
เขาปล่อยของเร็วแค่ไหน
เขาใช้ feedback จากตลาดยังไง
นี่คือสิ่งที่คนไทยจำนวนมากยังข้าม
หลายคนเรียน AI แล้วอยากสร้างระบบใหญ่ตั้งแต่วันแรก
แต่คนสาย indie มักเริ่มจากของเล็กมาก
แก้ปัญหาเดียว
ขายให้คนกลุ่มเดียว
แล้วค่อยขยาย
สำหรับคนทำธุรกิจ นี่เป็นบทเรียนสำคัญกว่า prompt สวย ๆ อีก
5. สาย Prompt, Creative, Ads, UGC และภาพ AI
กลุ่มสุดท้ายคือสายคอนเทนต์และการตลาด
@godofprompt
@AmirMushich
@0xROAS
@egeberkina
@ai_explorer25
God of Prompt เป็นบัญชี/แหล่งคอนเทนต์ที่เน้น prompt, tips, workflows และ AI guides สำหรับ ChatGPT, Claude, Midjourney และเครื่องมืออื่น ๆ
Amir Mušić หรือ @AmirMushich เป็นสาย creative / ad design ที่เอาประสบการณ์แบรนด์และโฆษณามาผสมกับ AI โปรไฟล์ระบุว่ามีพื้นฐานจาก Warner Music, PepsiCo, Spotify และทำงานด้าน creative direction กับ AI strategy
@0xROAS เป็นสาย performance marketing / AI ads โดยโปรไฟล์พูดชัดว่า treat ad spend like a VC และมี community เรื่อง scaling AI ads
@egeberkina เป็นสาย AI image / creative โดยโปรไฟล์ระบุว่าเป็น Art Director, Creative Ambassador ของ ElevenLabs และ Adobe และเป็น AI Creator
ส่วน @ai_explorer25 เป็นบัญชีรวม insight เกี่ยวกับ AI, tech, tools และ resource โดยโปรไฟล์ระบุว่าเป็น AI and Tech content creator และมีผู้ติดตามบน LinkedIn 300k+
กลุ่มนี้เหมาะมากกับคนทำเพจ ยิงแอด ทำคอร์ส ทำสินค้าออนไลน์ ทำคลิปสั้น หรือทำงาน creative
แต่ก็มีข้อควรระวัง
AI creative ทำให้เราผลิตได้เร็วขึ้นจริง
แต่ไม่ได้แปลว่าคอนเทนต์จะขายได้เอง
โฆษณาที่ดีต้องมี angle
ต้องเข้าใจ pain point
ต้องมี hook
ต้องมี proof
ต้องมี offer
ต้องรู้ว่าจะเอาคนดูไปทำอะไรต่อ
AI ช่วยผลิต
แต่คนยังต้องคิดกลยุทธ์
วิธีใช้ 15 บัญชีนี้ให้เกิดประโยชน์จริง
อย่ากด follow แล้วปล่อยให้ algorithm พาไถไปเรื่อย ๆ
ให้สร้าง X List แยกขึ้นมาเลย เช่น
AI Foundation
AI Agents
Vibe Coding
AI Startup
AI Ads & Creative
แล้วใส่บัญชีแต่ละคนเข้าไปตามหมวด
จากนั้นใช้เวลาแค่วันละ 15 นาทีพอ
แต่ทุกครั้งที่อ่าน ให้จด 3 อย่างนี้
หนึ่ง เขากำลังเห็นโอกาสอะไร
สอง เขาใช้ AI ทำงานแบบไหน
สาม มีอะไรที่เราลองทำกับงานตัวเองได้ใน 24 ชั่วโมง
ถ้าอ่านแล้วไม่เอาไปลองทำ มันก็เป็นแค่คอนเทนต์อีกชิ้น
แต่ถ้าอ่านแล้วเอาไปทำ mini project สัปดาห์ละ 1 อย่าง ผ่านไป 1 เดือน เราจะเริ่มเห็นชัดว่า AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
มันเอามาใช้กับงานจริงได้เลย
สรุป
รายชื่อ 15 บัญชีนี้ไม่ได้สำคัญเพราะทุกคนถูกเสมอ
และไม่ได้แปลว่าต้องเชื่อทุกโพสต์
แต่มันสำคัญเพราะแต่ละคนเป็นตัวแทนของ “ทักษะใหม่” ที่คนทำงานยุค AI ควรเริ่มเข้าใจ
เข้าใจ LLM
เข้าใจ agent
เข้าใจการสร้าง software ด้วย AI
เข้าใจ startup แบบเล็กแต่เร็ว
เข้าใจการตลาดและ creative ที่ใช้ AI เป็นเครื่องทุ่นแรง
ในยุคที่ AI เปลี่ยนเร็วมาก
การเรียนจากคอร์สอย่างเดียวอาจไม่ทัน
เราต้องมี “แหล่งสังเกต” คนที่กำลังลงมือทำอยู่ทุกวันด้วย
ไม่ต้องตามทุกคนแบบจริงจังทั้งหมด
เลือก 3 คนที่ตรงกับเป้าหมายเรา
อ่านให้ลึก
จดให้เป็น
แล้วเอาไปทำของจริง
เพราะสุดท้าย คนที่ได้เปรียบในยุค AI
ไม่ใช่คนที่รู้จักเครื่องมือเยอะที่สุด
แต่คือคนที่ดูตัวอย่างจริง
เข้าใจวิธีคิด
แล้วเอามาปรับใช้กับงานของตัวเองได้เร็วที่สุด
